
ณ นครสาวัตถีอันอุดมสมบูรณ์ ในกาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว พระโพธิสัตว์ได้เสวยพระชาติเป็นชาวประมงผู้ยากไร้ แต่มีจิตใจที่เปี่ยมล้นไปด้วยความซื่อสัตย์และคุณธรรม เขาอาศัยอยู่ริมฝั่งทะเลอันกว้างใหญ่ ใช้ชีวิตหาปลาเลี้ยงชีพ
วันหนึ่ง ขณะที่เขากำลังจับปลาอยู่กลางทะเลอันเงียบสงบ จู่ๆ ก็มีเสียงดังสนั่นหวั่นไหวมาจากเบื้องล่างของเรือ เสียงนั้นดังราวกับแผ่นดินจะแยกออก เขารู้สึกถึงแรงสั่นสะเทือนที่รุนแรงจนเกือบจะทำให้เรือของเขาคว่ำ
ด้วยความตกใจ ชาวประมงผู้นั้นจึงรีบก้มลงมองลงไปในน้ำทะเลใสแจ๋ว และสิ่งที่เขาเห็นก็ทำให้เขาแทบหยุดหายใจ!
เบื้องล่างของเรือ ปรากฏร่างยักษ์ตนหนึ่งกำลังโผล่ขึ้นมาจากก้นทะเล ยักษ์ตนนั้นมีรูปร่างน่าเกลียดน่ากลัว ผิวคล้ำกร้าน ดวงตาแดงก่ำราวกับถ่านไฟ และเขี้ยวอันแหลมคมก็ยื่นยาวออกมาจากปาก
“เจ้ามนุษย์! เจ้ากล้าดียังไงถึงมารบกวนการพักผ่อนของข้า!” เสียงของยักษ์ดังกึกก้องราวฟ้าร้อง
ชาวประมงผู้นั้นตกใจจนตัวสั่น แต่ด้วยสติสัมปชัญญะที่ยังคงอยู่ เขาจึงรีบตอบกลับไปด้วยเสียงอันสั่นเครือ “ข้าพเจ้าเพียงแต่มาหาปลาเลี้ยงชีพเท่านั้น หาได้มีเจตนาจะมารบกวนท่านไม่”
ยักษ์ตนนั้นหัวเราะเสียงดัง “ฮ่าๆๆ! หาปลาอย่างนั้นรึ? เจ้าไม่รู้หรือว่าแถบนี้เป็นเขตแดนของข้า! หากเจ้ายังอยากมีชีวิตรอด จงมอบสมบัติทั้งหมดที่เจ้ามีให้แก่ข้า แล้วข้าจะไว้ชีวิตเจ้า”
ชาวประมงผู้นั้นรู้ดีว่าตนเองไม่มีสมบัติใดๆ ติดตัว นอกจากเครื่องมือจับปลาที่ใช้หากิน เขาจึงตัดสินใจทำในสิ่งที่เขาเชื่อมั่นที่สุด คือความซื่อสัตย์
“ท่านยักษ์ผู้ยิ่งใหญ่ ข้าพเจ้าเป็นเพียงชาวประมงผู้ยากไร้ ไม่มีสมบัติใดๆ ที่จะมอบให้ท่านได้เลย สิ่งเดียวที่ข้าพเจ้ามี คือความซื่อสัตย์ หากท่านต้องการสิ่งใดจริงๆ ข้าพเจ้าขอถวายชีวิตของข้าพเจ้าให้แก่ท่าน!”
เมื่อยักษ์ได้ยินคำตอบของชาวประมงเช่นนั้น ก็รู้สึกประหลาดใจเป็นอย่างยิ่ง เขาไม่เคยพบเจอ มนุษย์ที่กล้าหาญและซื่อสัตย์ถึงเพียงนี้มาก่อน
“เจ้าช่างเป็นมนุษย์ที่น่าทึ่งจริงๆ!” ยักษ์กล่าว “ข้าไม่เคยพบใครที่กล้าเผชิญหน้ากับข้าโดยไม่หวาดกลัวเช่นนี้มาก่อน”
ยักษ์พิจารณาชาวประมงผู้นั้นอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่จะกล่าวต่อไปว่า “เอาล่ะ ในเมื่อเจ้ากล้าหาญและซื่อสัตย์ถึงเพียงนี้ ข้าจะมอบโอกาสให้เจ้า”
“โอกาสใดหรือขอรับ?” ชาวประมงเอ่ยถาม
“ข้าจะให้เจ้าเลือก! เจ้าจะเลือกเป็นข้า ผู้มีอำนาจเหนือท้องทะเล หรือจะเป็นมนุษย์ผู้ยากไร้ต่อไป?”
ชาวประมงผู้นั้นครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เขาเห็นถึงอำนาจและความยิ่งใหญ่ของยักษ์ แต่เขาก็นึกถึงชีวิตอันเรียบง่ายและความสุขที่เขาได้รับจากการเป็นมนุษย์
“ขอประทานอภัยท่านยักษ์ผู้ทรงอำนาจ” ชาวประมงกล่าวอย่างนอบน้อม “แม้ข้าพเจ้าจะทราบถึงอำนาจของท่าน แต่ข้าพเจ้าก็มีความสุขกับชีวิตของข้าพเจ้าในฐานะมนุษย์ ข้าพเจ้าขอเลือกที่จะเป็นมนุษย์ผู้ยากไร้ต่อไป”
ยักษ์ได้ยินดังนั้น ก็ยิ่งประทับใจในตัวชาวประมงผู้นี้มากขึ้นไปอีก เขาเห็นว่าชาวประมงผู้นี้ไม่เห็นแก่ลาภยศสรรเสริญ หรืออำนาจใดๆ เขามีความพอใจในสิ่งที่ตนเองมี
“ดีมาก! เจ้าได้พิสูจน์แล้วว่าเจ้าเป็นผู้มีคุณธรรมแท้จริง” ยักษ์กล่าว “ข้าจะมอบสิ่งนี้ให้แก่เจ้า”
ทันใดนั้นเอง ยักษ์ก็ชูมือขึ้น แล้วเปล่งแสงสว่างจ้าออกมา แสงนั้นสว่างไสวราวกับดวงอาทิตย์ และแสงนั้นก็พุ่งตรงไปที่เรือของชาวประมง
เมื่อแสงนั้นกระทบเรือ ชาวประมงก็เห็นว่าเรือของเขาเปลี่ยนไป! เรือลำเดิมของเขากลายเป็นเรือที่ใหญ่โตมโหฬาร ประดับประดาไปด้วยทองคำและอัญมณีต่างๆ และบนเรือก็มีตาข่ายทองคำที่สามารถจับปลาได้มากมายมหาศาล
“นี่คือรางวัลสำหรับความซื่อสัตย์และความพอใจในสิ่งที่ตนเองมีของเจ้า” ยักษ์กล่าว “นับแต่นี้ไป เจ้าจะไม่มีวันอดอยากอีกต่อไป”
เมื่อกล่าวจบ ยักษ์ก็ดำดิ่งลงสู่ทะเลอันกว้างใหญ่ หายไปอย่างไร้ร่องรอย
ชาวประมงผู้นั้นดีใจเป็นอย่างยิ่ง เขารีบนำเรือกลับเข้าฝั่ง และเมื่อเขานำตาข่ายทองคำไปจับปลา ปลาก็ไหลหลั่งมาไม่ขาดสาย ทำให้เขามั่งคั่งร่ำรวยขึ้นมาในชั่วพริบตา
ถึงแม้จะร่ำรวยขึ้นแล้ว ชาวประมงผู้นี้ก็ไม่เคยลืมความซื่อสัตย์และความพอใจในสิ่งที่ตนเองมี เขาใช้ทรัพย์สินที่ได้มานั้นในการช่วยเหลือผู้คนยากไร้ และบำเพ็ญกุศลต่างๆ
เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ความซื่อสัตย์ ความพอใจในสิ่งที่ตนเองมี และความกล้าหาญในการเผชิญหน้ากับความยากลำบาก ย่อมนำมาซึ่งผลบุญอันยิ่งใหญ่.
— In-Article Ad —
ความซื่อสัตย์และความพอใจในสิ่งที่ตนเองมี เป็นทรัพย์อันประเสริฐที่จะนำมาซึ่งความสุขและความเจริญ.
บารมีที่บำเพ็ญ: สัจจบารมี, สันโดษบารมี
— Ad Space (728x90) —
492ปกิณณกนิบาตสุนัขจิ้งจอกผู้มีเมตตาในป่าอันกว้างใหญ่ไพศาลแห่งหนึ่ง ณ ดินแดนที่ซึ่งแสงแดดยามเช้าทาบทอลงมาอาบไล้พงไ...
💡 ความเมตตาที่แท้จริงนั้น ย่อมไม่หวังผลตอบแทน และพร้อมที่จะเสียสละเพื่อผู้อื่น
32เอกนิบาตกษัตริย์ผู้ไม่ทรงเกรงกลัวต่ออุปสรรคณ อาณาจักรกาญจนบุรีอันรุ่งเรือง มีพระเจ้าวิเศษชัย กษัตริย์ผู้ทรงม...
💡 ความกล้าหาญและความไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค ย่อมนำมาซึ่งความสำเร็จ.
38เอกนิบาตมหาสุตโสมชาดกณ กรุงสาวัตถี ในสมัยพุทธกาล พระโพธิสัตว์ทรงบังเกิดเป็นพระเวทผู้ทรงภูมิปัญญา เป็นกษัตริย...
💡 ปัญญาเป็นสิ่งที่ประเสริฐที่สุด สามารถแก้ไขทุกปัญหาได้ และความดีงามย่อมชนะความชั่วร้ายเสมอ
42เอกนิบาตมหาปัญญชาดก ครั้งหนึ่งนานแสนนานมาแล้ว ณ แคว้นโกศลอันรุ่งเรือง พระเจ้าปเสนทิโกศลทรงครองราชย์ด้วยทศพิ...
💡 ปัญญาที่แท้จริงย่อมปราศจากอคติ และไม่ถูกจำกัดด้วยชาติกำเนิด
49เอกนิบาตมหาสุบินชาดก ในครั้งพุทธกาล พระสัมมาสัมพุทธเจ้าประทับอยู่ ณ พระเชตวันมหาวิหาร ทรงเล่าเรื่องมหาสุบินช...
💡 การมีปัญญาหยั่งรู้เหตุการณ์ล่วงหน้า ย่อมทำให้เราเตรียมพร้อมรับมือกับความเปลี่ยนแปลง และสามารถนำพาตนเองและผู้อื่นไปสู่หนทางแห่งความดีงามได้. การตระหนักถึงความเสื่อมโทรมของโลก เป็นจุดเริ่มต้นของการค้นหาหนทางแห่งการพ้นทุกข์.
1เอกนิบาตมหาปทุมชาดกกาลครั้งหนึ่งนานมาแล้ว ในสมัยพุทธกาล ณ กรุงสาวัตถี มีพระโพธิสัตว์ชาติหนึ่งได้เสวยพระชาติเ...
💡 ความเพียร สติ และคุณธรรม นำพาไปสู่ความพ้นทุกข์
— Multiplex Ad —